ติดตามสถานะการณ์

ในห้อง 'ภัยพิบัติและการเตรียมการ' ตั้งกระทู้โดย สุกิจSukit, 8 มิถุนายน 2013.

  1. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,643
    ค่าพลัง:
    +97,153
    เผย ทหารเขมร โดนจับ!!
    เหตุลอบเข้ามาตัดรั้วลวดหนาม 2-3 จุด แถวช่องจอม-โอว์เสม็ด
    ”บิ๊กโก๋“เผย แฝงตัวมาเป็นชาวบ้าน
    แต่ความจริง เป็นทหารกัมพูชา
    เผย ทำมา 2-3 ครั้ง
    ชี้ โดนจับ เป็นเชลย เราต้องปฏิบัติตาม ”กฎการใช้กำลัง“
    หากไม่ดำเนินการ
    ทหารกัมพูชาจะตั้งฐานบริเวณนั้น

    .
    พลอากาศเอก ประภา สอนใจดี ผู้ช่วยผบ.ทอ. ในฐานะ ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ ไทย–กัมพูชา (JIC) ให้สัมภาษณ์ ในโอกาสได้นำคณะผู้สังเกตการณ์อาเซียน ( AOT Thailand) และคณะสื่อมวลชน ทั้งไทย และต่างประเทศ กว่า100 คน ลงพื้นที่จุดผ่านแดนถาวรช่องจอม จ.สุรินทร์ เพื่อสำรวจอาณาจักรสแกมเมอร์

    พลอากาศเอก ประภาส เปิดเผยว่า ได้รับรายงานในพื้นที่ ว่า ฝ่ายกัมพูชาพยายามจะบุกเข้ามาในพื้นที่เราหลายครั้ง เช่น มีการตัดรั้วลวดหนามประมาณ 2-3 จุด แต่ด้วยความเข้มแข็ง ของทหารเรา เราสามารถจับเชลยได้ด้วย ที่มีความพยายามในการแฝงตัวมาเป็นชาวบ้าน แต่ความจริง เป็นทหารกัมพูชา ซึ่งเกิดขึ้นประมาณ 2-3 ครั้ง ทำให้ทหารไทย ต้องปฏิบัติตามกฎการใช้กำลัง เพราะหากไม่ดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่ง ทหารกัมพูชาจะตั้งฐานบริเวณนั้น

    พลอากาศเอก ประภาส กล่าวว่า กองทัพอากาศที่อยู่ข้างหลังก็มีความพร้อม หากทหารกัมพูชาเข้ามาโจมตี ทำลายรั้วลวดหนาม และเข้ามาทำร้ายทหารไทย หลังจากนั้น แสดงว่า เปิดแล้วใช่หรือไม่ และถ้าเปิดแล้ว เราก็ต้องตอบโต้เต็มรูปแบบ ซึ่งทั้งกำลังภาคพื้น, ทางอากาศ และปืนใหญ่ก็อัดเต็ม ซึ่งต้องยอมรับว่า เหตุการณ์เหล่านี้มีโอกาสเกิดขึ้นได้ เพราะระยะใกล้ชิดกันมาก

    ดังนั้น ทางออกที่ดีที่สุดควรต้องลดระดับการยั่วยุ สร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ และมาพูดคุยผ่านทวิภาคี ในขณะที่เวทีต่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศก็พยายามจะชี้แจง เรื่องข้อเท็จจริง และไทม์ไลน์เหตุการณ์ ที่ฝ่ายกัมพูชานำไปบิดเบือน แต่เชื่อว่า ชาวโลกจะเข้าใจเองว่า สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่เรื่องจริง

    https://www.facebook.com/share/1LL8N1bkXQ/
     
  2. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,643
    ค่าพลัง:
    +97,153
    คลังแสงเขมร!
    “บิ๊กโก๋” ลงพื้นที่ ลาดตะเวน ช่องจอม
    เผย พบ ฐานทหารเขมรที่ “ช่องปลิง” หลังทหารไทยยึดได้ ใช้เป็น คลัง เก็บวัตถุระเบิด -กระสุน ลูกปืน- RPG
    ขนได้เป็นคันรถ เก็บหลักฐาน ส่วนใหญ่เราทำลายแล้ว

    พลอากาศเอก ประภาส สอนใจดี ผู้ช่วยผบ.ทอ. ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ ไทย–กัมพูชา (JIC) ให้สัมภาษณ์ภายหลังได้นำคณะผู้สังเกตการณ์อาเซียน ( AOT Thailand) และคณะสื่อมวลชนทั้งสื่อไทย และต่างประเทศ กว่า100 คน ลงพื้นที่จุดผ่านแดนถาวรช่องจอม จ.สุรินทร์ เพื่อสำรวจอาณาจักรสแกมเมอร์

    โดยเปิดเผยว่า วันนี้ ตนเอง ได้แนกคณะไปลาดตระเวน สำรวจพื้นที่โดยรอบกว่า 10 กิโลเมตร ซึ่งเป็นพื้นที่ล่อแหลม แต่ขอให้มั่นใจว่า ทหารไทยมีการวางระบบป้องกันไว้อย่างดี

    โดยพบว่า รถถังกัมพูชาก็เข้าไม่ได้ เพราะเราได้วางคูเลตป้องกันรถถังเอาไว้แล้ว

    และหลังจากทหารไทยสามารถยึดคืนพื้นที่ได้ ในพื้นที่ “ช่องปลิง” โดยเราใช้ทหารเพียงกองพันเดียว ซึ่งเราพบว่า ฐานทหารกัมพูชา ในบริเวณนั้น เป็นพื้นที่ที่เก็บวัตถุระเบิด และกระสุน ลูกปืน โดยเฉพาะ RPG

    โดยปัจจุบันไทยได้ทำลายทั้งหมดแล้ว และได้มีการขนอาวุธของกัมพูชา เพื่อนำไปเป็นหลักฐานจำนวน 1 คันรถ ซึ่งนี่คือ สิ่งที่แสดงให้เห็นว่า ฝ่ายกัมพูชามีเจตนา มีการเตรียมการ เพื่อดำเนินการอะไรสักอย่าง

    https://www.facebook.com/share/p/1EiZwVfGvr/
     
  3. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,643
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ทุนสำรองระหว่างประเทศของญี่ปุ่นร่วงลง 7.96 หมื่นล้านดอลลาร์ในเดือนส.ค. เหลือ 1.208 ล้านล้านดอลลาร์ ลดลง 6.18% มากที่สุดเป็นประวัติการณ์ หลังรัฐบาลญี่ปุ่นทุ่มเงินเกือบ 9.87 หมื่นล้านดอลลาร์ แทรกแซงตลาดแลกเปลี่ยนด้วยการขายดอลลาร์ซื้อเยน เพื่อสกัดค่าเงินเยนที่อ่อนค่าลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 40 ปี

    https://www.facebook.com/share/p/19MdNGDC2y/
     
  4. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,643
    ค่าพลัง:
    +97,153
    "วีระ" เสนอปรับลดงบ 7,400 ล้านบาท ชงหยุดขึ้นเงินเดือนข้าราชการ 1-2 ปี ชี้งบกลาง 1.2 หมื่นล้านซ้ำซ้อน พ.ร.ก.เงินกู้
    .
    ที่อาคารรัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาฯ เป็นประธานการประชุม พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 วงเงิน 3.78 ล้านล้านบาท ในวาระที่ 2 และ 3 ตามที่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญฯ พิจารณาเสร็จแล้ว ในวาระที่ 2 และ 3
    .
    นายวีระ ธีระภัทรานนท์ ในฐานะกรรมาธิการฯ อภิปรายขอปรับลดงบประมาณ 7,400 ล้านบาท พร้อมเสนอให้จัดทำงบประมาณแบบใหม่ว่า นับจากนี้ไป ไม่ควรเพิ่มวงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีในปีต่อไปอีก
    .
    เพื่อให้สอดคล้องกับฐานะทางการเงินการคลังของประเทศ ที่ไม่สามารถจัดเก็บรายได้ให้เท่ากับรายจ่าย ส่งผลให้ต้องจัดทำงบประมาณแบบขาดดุลเรื้อรัง ติดกับดักดักหนี้สาธารณะ ที่หากไม่ปรับแก้ไขจะนำไปสู่วิกฤตการคลังในอีก 2-3 ปีข้างหน้า
    .
    นอกจากนี้ ควรบริหารจัดการรายการเงินนอกงบประมาณที่สะสม และคงค้างอยู่ในแต่ละหน่วยยงานใหม่ เนื่องจากปัจจุบัน เงินในส่วนนี้ มีตัวเลขรวมอยู่ที่ 4 ล้านล้านบาท เช่น ในกระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงกลาโหม และกระทรวงคมนาคม ที่มีอยู่จำนวนมาก แต่กลับยินยอมสมทบ โดยเฉพาะในงบประมาณปี 2570 เพียง 95,000 ล้านบาทเท่านั้น
    .
    ดังนั้น จึงควรนำเงินดังกล่าว มาสมทบในงบประมาณรายจ่ายประจำปีในสัดส่วนที่เหมาะสม ตามความจำเป็นเร่งด่วน ในสถานการณ์ของประเทศในปัจจุบันได้
    .
    ทั้งนี้ นายวีระ ระบุว่า งบประมาณในส่วนดังกล่าวเป็นงบที่สำนักงบประมาณเสนอขอไว้ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้หน่วยงานราชการที่ขอใช้งบกลางวงเงิน 12,000 ล้านบาท นำเงินนอกงบประมาณของหน่วยงานมาสมทบเพิ่มเติม
    .
    นายวีระ มองว่า ในแง่แนวคิดถือเป็นเรื่องที่ดี เนื่องจากเป็นการนำเงินนอกงบประมาณมาใช้ให้เกิดประโยชน์ อย่างไรก็ตาม ปัญหาอยู่ที่การคัดเลือกโครงการที่จะนำงบประมาณไปใช้ เนื่องจากเห็นว่ามีความซ้ำซ้อนกับโครงการภายใต้ พ.ร.ก.เงินกู้ วงเงิน 400,000 ล้านบาท จึงเป็นเหตุผลที่เสนอให้ตัดงบประมาณส่วนนี้ออกทั้งหมด
    .
    นายวีระ กล่าวต่อว่า สำหรับงบประมาณในส่วนเงินเลื่อนเงินเดือนและเงินปรับวุฒิข้าราชการ วงเงิน 13,000 ล้านบาทนั้น ตนเข้าใจว่าในทางปฏิบัติไม่สามารถตัดออกได้ทั้งหมด เนื่องจากข้าราชการมีระบบการเลื่อนเงินเดือนและการปรับวุฒิตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ ซึ่งสำนักงบประมาณและกรมบัญชีกลางจำเป็นต้องตั้งงบประมาณสำรองไว้รองรับค่าใช้จ่ายในส่วนดังกล่าว
    .
    อย่างไรก็ตาม หากเป็นสถานการณ์ปกติเช่นเดียวกับในปีที่ผ่านมา เรื่องนี้คงไม่เป็นปัญหา แต่สาเหตุที่ตนเสนอให้ตัดงบประมาณส่วนนี้ทั้งก้อน 13,000 ล้านบาท รวมกับงบอีก 12,000 ล้านบาทที่สำนักงบประมาณเสนอไว้ รวมเป็นวงเงิน 25,000 ล้านบาทในงบกลาง เนื่องจากเห็นว่า ภายใต้สถานการณ์ปัจจุบัน ฝ่ายราชการก็ควรยึดหลักร่วมทุกข์ร่วมสุขไปกับประชาชนเช่นเดียวกัน
    .
    นายวีระ กล่าวว่า "ตั้งแต่เกิดวิกฤตเศรษฐกิจปี 2527 และปี 2540 หน่วยราชการหรือคนที่เกี่ยวข้องกับราชการที่รับเงินเดือนกับงบประมาณไม่เคยได้รับผลกระทบ แต่ครั้งต่อไปที่อาจจะเกิดขึ้น ผมคิดว่าถ้าหน่วยราชการจะร่วมทุกข์ร่วมสุขกับประชาชน ปีหน้าถ้าเป็นไปได้ผมเสนอให้ฟรีซการขึ้นเงินเดือนของข้าราชการสัก 1-2 ปี เพื่อให้เหลือพื้นที่ที่จะใช้เงินที่มีน้อยอยู่แล้วให้เกิดประโยชน์ที่สุด"
    .
    "เมื่อผมพูดแบบนี้ข้าราชการคงไม่พอใจ แต่ผมพูดความจริง รัฐบาลที่กำลังจะมีปัญหาค่อนข้างวิกฤต คนที่อยู่ในหน่วยราชการก็ต้องเสียสละ เชื่อตอนลงมติท่านก็เอาตามกรรมาธิการเสียงข้างมากอยู่ดีซึ่งตรงนี้ก็เป็นปัญหาของเราเหมือนกัน" นายวีระ กล่าว
    .
    #วีระธีระภัทรานนท์ #ประชุมสภา #งบปี70 #เรื่องข่าวเรื่องใหญ่ #PPTVHD36

    https://www.facebook.com/share/1Cw2BZfG3W/
     
  5. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,643
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ด่วน! หลังจากธนาคารกลางญี่ปุ่นเข้าแทรกแซงค่าเงินเยนโดยการเทขายพันธบัตรสหรัฐ ทำให้ค่าเงินดอลลาร์ลดลงมาเหลือ 98.8 ขณะที่ทองพุ่งขึ้นไปอยู่ที่ 4,410 ดอลลาร์
    $DXY โดนเป้าหมายเดิมแล้ว แต่ผมยังคาดว่าจะมีการปรับตัวลงอีก ยังคงมองว่าเป็นขาลงในกรอบเวลาที่สั้นลง
    $DXY ขาลง = $XAU ขาขึ้น
    FB_IMG_1788775326619.jpg FB_IMG_1788775328039.jpg
    https://www.facebook.com/1281338378...yY3w8L32eNxw1oEKNcdDBLtFwdBl/?mibextid=NOb6eG
     
  6. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,643
    ค่าพลัง:
    +97,153
    'จีน' อัดฉีดเงินเกือบ 1.5 ล้านล้านบาท กระตุ้นใหญ่การเงินในรอบ 20 ปี
    .
    ทางการจีนประกาศเมื่อวันอาทิตย์ (6 ก.ย.) เตรียมอัดฉีดเงิน 3 แสนล้านหยวน (ราว 1.48 ล้านล้านบาท) เข้าสู่ธนาคารพาณิชย์และบริษัทประกันรายใหญ่ของประเทศ โดยเป็นส่วนหนึ่งของการเพิ่มทุนให้สถาบันการเงินครั้งใหญ่ที่สุดของจีนในรอบเกือบ 20 ปี เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้ระบบการเงินและรักษาความสามารถในการปล่อยสินเชื่อ ท่ามกลางการชะลอตัวของเศรษฐกิจ
    .
    กระทรวงการคลังจีนจะออก "พันธบัตรพิเศษ" เพื่อนำเงินไปเพิ่มทุนให้สถาบันการเงิน 8 แห่ง ซึ่งรวมถึง Industrial & Commercial Bank of China Ltd. (ICBC), Agricultural Bank of China Ltd. (AgBank) และ People’s Insurance Company (Group) of China Ltd.
    .
    การดำเนินการครั้งนี้นับเป็นมาตรการเพิ่มเติมจากเงินอัดฉีดไปแล้วรวม 5 แสนล้านหยวน นับตั้งแต่ต้นปี 2025 ขณะที่ปักกิ่งกำลังยกระดับความพยายามฟื้นฟูเศรษฐกิจในประเทศ
    .
    เมื่อเร็วๆ นี้ นายกรัฐมนตรีหลี่ เฉียง เรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ “พยายามอย่างเต็มที่" เพื่อบรรลุเป้าหมายการเติบโตทางเศรษฐกิจรายปี ในขณะที่รัฐบาลกำลังพิจารณามาตรการเพิ่มเติมแบบค่อยเป็นค่อยไป เช่น การอุดหนุนดอกเบี้ยเงินกู้ และความช่วยเหลือด้านแหล่งเงินทุนรูปแบบอื่นๆ สำหรับภาคธุรกิจและผู้บริโภค
    .
    ทั้งนี้ แม้สถาบันการเงินของจีนจะมี "เงินกองทุน" รองรับในระดับที่เพียงพอ แต่แผนเพิ่มทุนของปักกิ่งมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มศักยภาพในการปล่อยสินเชื่อแก่ภาคธุรกิจและครัวเรือน ในขณะที่การรักษาเสถียรภาพทางการเงินยังคงเป็นหนึ่งในเสาหลักของนโยบายประธานาธิบดีสี จิ้นผิง โดยเฉพาะในช่วงที่จีนต้องรับมือกับการแข่งขันด้านการค้าและเทคโนโลยีกับสหรัฐที่ยืดเยื้อ
    .
    ขณะเดียวกัน ปักกิ่งยังดำเนินมาตรการอย่างจริงจังเพื่อ "จำกัดความเสี่ยง" จากภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ประสบปัญหา และหนี้รัฐบาลท้องถิ่นที่พุ่งสูงขึ้น
    .
    “การเพิ่มทุนให้สถาบันการเงินรายใหญ่ของรัฐเป็นนโยบายที่มีการวางแผนมาตลอดช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ไม่ใช่มาตรการฉุกเฉิน” เหลียว จื่อหมิง นักวิเคราะห์ของบริษัทหลักทรัพย์ Huayuan Securities Co. กล่าว
    .
    .
    อ่านต่อ: https://www.bangkokbiznews.com/world/economics/1250721
    .
    #กรุงเทพธุรกิจ #InsightforOpportunities #กรุงเทพธุรกิจEconomic
    https://www.facebook.com/share/p/1GXTbU1DJ6/
     
  7. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,643
    ค่าพลัง:
    +97,153
    4 อุตฯ แห่หยุดกิจการชั่วคราว คำสั่งซื้อหาย-ต้นทุนการผลิตพุ่ง
    .
    การจ้างงานในประเทศกำลังเข้าสู่สถานการณ์เปราะบางเมื่อภาคธุรกิจใช้มาตรา 75 แห่ง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน เพิ่มมากขึ้น ซึ่งกฎหมายเปิดช่องให้นายจ้างที่จำเป็นต้องหยุดกิจการทั้งหมดหรือบางส่วนชั่วคราวเมื่อมีเหตุหนึ่งเหตุใดที่มิใช่เหตุสุดวิสัย ให้นายจ้างจ่ายเงินลูกจ้างไม่น้อยกว่า 50% ของค่าจ้างตลอดเวลาที่หยุดชั่วคราว
    .
    ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ออกมาแสดงความกังวลต่อสัญญาณกำลังเกิดกับผู้ประกอบการที่เผชิญการแข่งขันรุนแรงและใช้สิทธิหยุดกิจการชั่วคราว ได้แก่ อุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ อุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่ม ผลิตภัณฑ์ยาง และพลาสติก
    .
    ทั้งนี้ เดือน มิ.ย.2569 มีสถานประกอบการแจ้งหยุดกิจการบางส่วน 44 แห่ง เพิ่มขึ้น 22.22% เมื่อเทียบเดือนก่อนหน้า ขณะที่สถานประกอบการที่หยุดกิจการทั้งหมดมี 23 แห่ง ลดลง 14.81% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า และจากการหยุดกิจการดังกล่าวทำให้มีลูกจ้างได้รับผลกระทบ 18,998 คน เพิ่มขึ้น 58.08% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า และเพิ่มขึ้น 18.61% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
    .
    นางพิมพ์ใจ ลี้อิสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยกับ “กรุงเทพธุรกิจ” ว่า การจ้างงานเดือน ก.ค. 2569 ยังทรงตัวแต่โครงสร้างตลาดแรงงานเริ่มแสดงความเปราะบางที่สอดคล้องกับสิ่งที่ภาคอุตสาหกรรมกำลังเผชิญรุนแรงขึ้น
    .
    ทั้งนี้ทำให้สถานประกอบการใช้สิทธิมาตรา 75 แห่ง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน มีแนวโน้มสูงขึ้น ทั้งในรูปแบบของการขอรับสิทธิสวัสดิการกรณีว่างงาน และการประกาศหยุดกิจการชั่วคราว ซึ่งเป็นสัญญาณสะท้อนความเปราะบางตลาดแรงงาน
    .
    รวมถึงมีอุตสาหกรรมรับผลกระทบตรงจากสงครามระหว่างสหรัฐและอิหร่านตามที่ ธปท.ระบุ ได้แก่ กลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์ กลุ่มเครื่องนุ่งห่ม และกลุ่มผลิตภัณฑ์ยาง และกลุ่มพลาสติกอุตสาหกรรม โดยรับผลกระทบ 2 ด้าน ทั้งการนำเข้าวัตถุดิบมูลค่าสูงขึ้นและเผชิญอุปสรรคการขนส่งที่มีต้นทุนแพงขึ้น
    .
    4 อุตสาหกรรมหยุดกิจการชั่วคราวสูง
    .
    1.อุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ โดยเฉพาะยานยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายใน (ICE) เผชิญแรงกดดันจากการเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยี จากเดิมที่ใช้ชิ้นส่วน ICE ประมาณ 30,000 ชิ้นต่อคัน หากเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) เหลือชิ้นส่วนเพียง 1,500-3,000 ชิ้นเท่านั้น ซึ่งการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีดังกล่าวเริ่มส่งสัญญาณกระทบสู่ตลาดแรงงาน
    .
    2.อุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่ม เผชิญแรงกดดันจากการแข่งขันของสินค้านำเข้า โดยช่วง 6 เดือนแรกปี 2569 นำเข้าเสื้อผ้าสำเร็จรูปเพิ่มขึ้นถึง 12.30% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันกับปีที่แล้ว คิดเป็นมูลค่า 31,654 ล้านดอลลาร์ สะท้อนผู้ผลิตไทยเผชิญการแข่งขันทั้งสินค้านำเข้าและประเทศคู่แข่งที่มีต้นทุนการผลิตต่ำกว่า
    .
    .
    อ่านต่อ: https://www.bangkokbiznews.com/economics/1250683
    .
    #กรุงเทพธุรกิจ #InsightforOpportunities #กรุงเทพธุรกิจEconomic

    https://www.facebook.com/share/p/1CeeJvcAWN/
     
  8. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,643
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ทุนสำรองญี่ปุ่น ‘วูบหนักสุด’ หายเกือบ 8 หมื่นล้าน หลัง ‘เผาทุนสำรอง’ พยุงเยน สกัดค่าเงินต่ำสุดรอบ 40 ปี
    .
    ‘ญี่ปุ่น’ ทุ่มเงินเกือบ 1 แสนล้านดอลลาร์ เข้าแทรกแซงตลาดเพื่อพยุงค่าเงินเยน ด้วยการ “ขายดอลลาร์-ซื้อเยน” ส่งผลทุนสำรองระหว่างประเทศเดือนสิงหาคมร่วง 79,600 ล้านดอลลาร์ ‘มากที่สุดเป็นประวัติการณ์’ หลังเยนดิ่งแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบ 40 ปี
    .
    ข้อมูลจากกระทรวงการคลังญี่ปุ่นระบุว่า ณ สิ้นเดือนสิงหาคม ทุนสำรองระหว่างประเทศลดลงเหลือ 1.208 ล้านล้านดอลลาร์ จาก 1.287 ล้านล้านดอลลาร์ในเดือนก่อนหน้า หรือลดลงถึง 79,600 ล้านดอลลาร์ คิดเป็น 6.18% ซึ่งเป็น “การลดลงมากที่สุดเป็นประวัติการณ์”
    .
    ปัจจัยหลักมาจากการลดลงของสินทรัพย์หลักทรัพย์ต่างประเทศ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนราว 70% ของทุนสำรองทั้งหมดของญี่ปุ่น
    .
    ระหว่างวันที่ 30 กรกฎาคมถึง 26 สิงหาคม ญี่ปุ่นใช้เงินถึง 15.4 ล้านล้านเยน หรือราว 98,700 ล้านดอลลาร์ เข้าแทรกแซงค่าเงิน นับเป็นวงเงินสูงสุดเป็นประวัติการณ์สำหรับการแทรกแซงในช่วงเวลาเพียงหนึ่งเดือน
    .
    มาตรการดังกล่าวช่วยดันเงินเยนจากระดับอ่อนค่าสุดในรอบ 40 ปีที่เกือบ 164 เยนต่อดอลลาร์ กลับมาแข็งค่าถึง 155.20 เยนต่อดอลลาร์ในช่วงต้นเดือนสิงหาคม ก่อนจะกลับไปอ่อนค่าใกล้ 160 เยน และฟื้นมาอยู่บริเวณ 155-156 เยนในช่วงต้นเดือนกันยายน
    .
    ที่น่าจับตาคือ การแทรกแซงบางส่วนดำเนินการร่วมกับ “สหรัฐ” ถือเป็นการประสานมาตรการแทรกแซงค่าเงินระหว่างสองประเทศครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2011
    .
    ขณะเดียวกัน ญี่ปุ่นยังสามารถใช้กลไกสภาพคล่องของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่จัดตั้งขึ้นในช่วงโควิด-19 เพื่อระดมเงินดอลลาร์โดยไม่จำเป็นต้องขายพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐโดยตรง ซึ่งอาจช่วยลดแรงกดดันต่อทุนสำรอง หากญี่ปุ่นจำเป็นต้องเข้าแทรกแซงค่าเงินครั้งใหญ่อีกในอนาคต
    .
    อ่านต่อที่: https://www.bangkokbiznews.com/world/economics/1250718
    .
    #กรุงเทพธุรกิจ #InsightForOpportunities #กรุงเทพธุรกิจEconomic

    https://m.facebook.com/story.php?st...GnkmfgnYFl&id=100064667864722&mibextid=ZbWKwL
     
  9. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,643
    ค่าพลัง:
    +97,153
    “วีระ” เสนอเบรกขึ้นเงินเดือนข้าราชการ 1-2 ปี หลังเศรษฐกิจไทยเผชิญภาวะวิกฤต ย้ำข้าราชการต้องร่วมทุกข์ร่วมสุขกับประชาชน เพราะเอกชนยังงดขึ้นเงินเดือนพนักงาน รักษาอนาคตของบริษัท

    https://www.thairath.co.th/news/politic/2958050

    #ข่าวการเมือง #ไทยรัฐออนไลน์ #หน้าฮ้าน

    https://www.facebook.com/share/1DaJgc796G/
     
  10. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,643
    ค่าพลัง:
    +97,153
    อิหร่านเตรียมประกาศขยาย

    “เขตห้ามการเดินเรือ”

    ให้ไกลกว่าช่องแคบฮอร์มุซ

    https://www.facebook.com/share/p/19QmKRwA5b/
     
  11. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,643
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ตลาดให้โอกาสที่ Fed จะ

    “ขึ้นดอกเบี้ย" ภายในสิ้นปีนี้

    พุ่งสูงขึ้นจนเกิน 86% ไปแล้ว

    https://www.facebook.com/share/p/19CxKmQ3eJ/
     
  12. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,643
    ค่าพลัง:
    +97,153
    เงินเฟ้อ ส.ค.เพิ่มขึ้น 2.53% จากตลาดคาดการณ์ไว้ 2.37-2.43%
    เหตุจากความขัดแย้งตะวันออกกลาง ดันราคาน้ำมันทรงตัวสูง
    ราคาอาหารสำเร็จรูป อาหารสด อาหารจานเดียวแพงขึ้น BTimes

    https://www.facebook.com/share/p/19T7vS1w5d/
     
  13. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,643
    ค่าพลัง:
    +97,153
    เมิร์ซ ยืนยันลัทธินาซีเป็นอดีตของเยอรมนีไปแล้ว

    ฟรีดริช เมิร์ซ (Friedrich Merz) นายกรัฐมนตรีสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี กล่าวว่า

    เราสามารถพูดคุยและถกเถียงกันได้ในหลายเรื่อง และหลายสิ่งก็จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงจริงๆ แต่มีสิ่งหนึ่งที่ผมจะไม่มีวันยอมให้เกิดขึ้น อย่างน้อยก็ตราบใดที่ผมยังดำรงตำแหน่งประธานพรรคและนายกรัฐมนตรีสหพันธ์แห่งเยอรมนี นั่นคือมรดกของคอนราด อาเดนาวเออร์ (Konrad Adenauer) และเฮลมุท โคล (Helmut Kohl) ที่ว่าเยอรมนีจะเป็นประเทศในยุโรป ทิ้งลัทธิชาตินิยมไว้ในอดีต และจะไม่มีวันยอมให้ลัทธิชาตินิยมทางเชื้อชาติกลับมาเกิดขึ้นในเยอรมนีอีก มรดกนี้ ท่านสุภาพสตรีและสุภาพบุรุษทั้งหลาย เราจะไม่มีวันทรยศต่อมันเด็ดขาด

    นี่คือทิศทางของเรา นี่คือจุดหมายที่เรายึดถือ และด้วยความหมายนี้เอง ผมขอให้ทุกท่านผ่านพ้น 24 ชั่วโมงสุดท้ายของสัปดาห์นี้ไปได้อย่างราบรื่น และจบมาราธอนครั้งนี้ลงอย่างสมศักดิ์ศรี ผมมั่นใจอยู่แล้วว่าทุกท่านจะทำได้

    07/09/2026

    #ZFrontier #Germany #Merz #Nazism #Politics

    https://www.facebook.com/share/p/1JPdJANBoy/
     
  14. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,643
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ทอ. พร้อมจัดเต็ม!!
    “ผช.ผบ.ทอ.‘เตือนเขมร แม้คิดเปิดเฉพาะจุด-เจาะเข้ามาตัดลวดหนามไทย-เข้ามาโจมตี-ทำร้ายทหารไทย ก็แสดงว่า “เปิดแล้วใช่มั้ย“
    ถ้าเปิดแล้ว เราก็ต้องตอบโต้เต็มรูปแบบ ภาคพื้น-ทางอากาศ -ปืนใหญ่
    ก็จัดเต็ม
    เหตุการณ์เหล่านี้มีโอกาสเกิดขึ้นได้ เพราะระยะใกล้ชิดกันมาก

    .

    พลอากาศเอก ประภา สอนใจดี ผู้ช่วยผบ.ทอ. ในฐานะ ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ ไทย–กัมพูชา (JIC) ให้สัมภาษณ์ ที่จุดผ่านแดนถาวรช่องจอม จ.สุรินทร์ ถึงการดูแลพื้นที่
    ว่า กองทัพอากาศที่อยู่ข้างหลังก็มีความพร้อม หากทหารกัมพูชาเข้ามาโจมตี ทำลายรั้วลวดหนาม และเข้ามาทำร้ายทหารไทย

    ”หลังจากนั้น แสดงว่า เปิดแล้วใช่หรือไม่ และถ้าเปิดแล้ว เราก็ต้องตอบโต้เต็มรูปแบบ ซึ่งทั้งกำลังภาคพื้น, ทางอากาศ และปืนใหญ่ก็ จัดเต็ม และต้องยอมรับว่า เหตุการณ์เหล่านี้มีโอกาสเกิดขึ้นได้ เพราะ อยู่ ระยะใกล้ชิดกันมาก“

    ดังนั้น ทางออกที่ดีที่สุดควรต้องลดระดับการยั่วยุ สร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ และมาพูดคุยผ่านทวิภาคี ในขณะที่เวทีต่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศก็พยายามจะชี้แจง เรื่องข้อเท็จจริง และไทม์ไลน์เหตุการณ์ ที่ฝ่ายกัมพูชานำไปบิดเบือน แต่เชื่อว่า ชาวโลกจะเข้าใจเองว่า สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่เรื่องจริง

    https://www.facebook.com/share/1Bmn72ET74/
     
  15. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,643
    ค่าพลัง:
    +97,153
    เปิดศึกงบฯ 70 “ศิริกัญญา” ลั่นพร้อมคว่ำ หากแก้ไม่ผ่าน จี้ตัด 1.2 หมื่นล้าน “วทันยา” ซัดซ้ำซ้อนเงินกู้ หวั่นงบกลางกลายเป็นเช็คเปล่า

    7 กันยายน 2569 การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 วงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท เปิดฉากเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรในวาระ 2 และ 3 ระหว่างวันที่ 7-9 กันยายน ท่ามกลางการจับตาอย่างหนักจากฝ่ายค้าน โดยเฉพาะการจัดสรร “งบกลาง” และโครงการที่ถูกตั้งข้อสังเกตว่าอาจมีภารกิจซ้ำซ้อนกับการกู้เงินของรัฐบาล
    .
    น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้า #พรรคประชาชน ประกาศว่า หากการอภิปรายและการลงมติแก้ไขในวาระ 2 ไม่สามารถตัดหรือลดรายการที่ฝ่ายค้านเห็นว่าไม่เหมาะสมได้ พรรคประชาชนพร้อมลงมติไม่เห็นชอบร่างงบประมาณในวาระ 3 โดยเฉพาะรายการงบกลาง 12,000 ล้านบาท สำหรับแผนงานฟื้นฟูเศรษฐกิจ ซึ่งฝ่ายค้านมองว่ามีความซ้ำซ้อนกับพระราชกำหนดกู้เงิน 400,000 ล้านบาทของรัฐบาล
    .
    น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า การพิจารณาวาระ 2 จะเน้นตรวจสอบลงไปถึงระดับโครงการ ตั้งแต่ความจำเป็น ความคุ้มค่า ไปจนถึงความเสี่ยงด้านการทุจริต พร้อมเตรียมพิจารณางบของหลายกระทรวง รวมถึงสำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวงกลาโหม และงบกลางที่มีการปรับเพิ่มขึ้นจากชั้นคณะกรรมาธิการ โดยหากไม่สามารถแก้ไขรายการที่ฝ่ายค้านคัดค้านได้ จุดยืนของพรรคคือไม่สนับสนุนร่างกฎหมายฉบับนี้ในวาระ 3
    .
    ประเด็นที่ฝ่ายค้านจับตาเป็นพิเศษคือ #งบกลาง 12,000 ล้านบาท ซึ่งถูกระบุว่าเกี่ยวข้องกับ #การฟื้นฟูเศรษฐกิจ และ #การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน ขณะที่รัฐบาลมีพระราชกำหนดกู้เงินวงเงิน 400,000 ล้านบาท ซึ่งมีส่วนหนึ่งสำหรับภารกิจด้านการฟื้นฟูและการเปลี่ยนผ่านพลังงาน ทำให้ฝ่ายค้านตั้งคำถามว่าการจัดสรรเงินสองช่องทางมีภารกิจทับซ้อนกันหรือไม่
    .
    ด้าน น.ส.วทันยา บุนนาค สมาชิกกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างงบประมาณฯ ในสัดส่วน #พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายสงวนความเห็นในมาตรา 6 ซึ่งเป็นงบกลาง โดยเห็นว่าการจัดสรรเงิน 12,000 ล้านบาท สำหรับการเปลี่ยนผ่านพลังงานมีความเสี่ยงซ้ำซ้อนกับเงินกู้ 200,000 ล้านบาทในส่วนที่รัฐบาลกำหนดไว้สำหรับภารกิจดังกล่าว
    .
    น.ส.วทันยา ตั้งคำถามถึงความแตกต่างของระบบตรวจสอบเงินสองก้อน โดยระบุว่าเงินภายใต้พระราชกำหนดกู้เงินมีกลไกกลั่นกรองและต้องรายงานต่อรัฐสภา ขณะที่เงินงบกลางมีความยืดหยุ่นในการบริหารสูงกว่า จึงกังวลว่าการอนุมัติงบ 12,000 ล้านบาทโดยยังไม่มีรายละเอียดโครงการและหน่วยงานผู้รับงบอย่างชัดเจน อาจทำให้สภาตรวจสอบการใช้เงินได้ยากขึ้น
    .
    ข้อสังเกตว่า ในวงเงินดังกล่าวมีประมาณ 9,600 ล้านบาทถูกจัดเป็นรายจ่ายลงทุน แต่ในขั้นพิจารณางบประมาณยังไม่เห็นรายละเอียดที่ชัดเจนว่าเป็นโครงการ ครุภัณฑ์ หรือสิ่งก่อสร้างรายการใด จึงเสนอให้ตัดงบส่วนนี้ออก และเรียกร้องให้รัฐบาลเปิดเผยรายละเอียดก่อนนำเงินไปใช้
    .
    ขณะที่โครงสร้างงบประมาณปี 2570 ที่คณะรัฐมนตรีเห็นชอบกำหนดวงเงินรวม 3.788 ล้านล้านบาท แบ่งเป็นงบกลาง 693,880 ล้านบาท รายจ่ายของหน่วยรับงบประมาณ 1.343 ล้านล้านบาท รายจ่ายบุคลากร 852,671 ล้านบาท รายจ่ายเพื่อชำระหนี้ภาครัฐ 462,470 ล้านบาท และรายจ่ายลงทุนรวม 789,172 ล้านบาท ตามกรอบที่รัฐบาลเสนอ
    .
    อีกประเด็นที่ศิริกัญญาเตรียมนำมาอภิปรายคือ #งบแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งปีงบประมาณ 2570 ถูกจัดอยู่ในแผนงานยุทธศาสตร์ จากเดิมที่อยู่ในแผนงานบูรณาการ โดยฝ่ายค้านจะตรวจสอบว่าการปรับโครงสร้างงบดังกล่าวนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงแนวทางแก้ปัญหาหรือไม่ และยังคงให้น้ำหนักกับแนวทางด้านความมั่นคงมากกว่าการแก้ปัญหาทางการเมืองและสังคมหรือไม่
    .
    ส่วนข้อกังวลของรัฐบาลว่าการอภิปรายงบประมาณอาจกลายเป็นเวทีซักฟอกนั้น ศิริกัญญาระบุว่า ฝ่ายค้านจะอภิปรายโดยยึดรายละเอียดของงบประมาณและโครงการเป็นหลัก พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลไม่ “ตีตนไปก่อนไข้” เพราะการควบคุมการอภิปรายเป็นหน้าที่ของประธานสภาอยู่แล้ว
    .
    นายวีระ ธีระภัทรานนท์ กมธ.วิสามัญฯ กล่าวว่า ตอนที่พิจารณางบรายจ่ายมีรายการที่ไม่สามารถตัดทอนได้เยอะมาก ทั้งรายการที่เป็นค่ารักษาพยาบาลพนักงานลูกจ้างรัฐก้อนใหญ่ประมาณ 90,000 กว่าล้านบาท รายการเงินเบี้ยวัดบำเหน็จบำนาญ ประมาณ 389,000 ล้านบาท เสนอให้ ปรับลดงบกลางรวม 25,000 ล้านบาท โดยแบ่งเป็น...
    .
    12,000 ล้านบาท งบสำหรับแก้ไขปัญหาและฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม รวมถึงรองรับวิกฤตความผันผวนของราคาพลังงาน ซึ่งนายวีระมองว่า ซ้ำซ้อนกับ พ.ร.ก.กู้เงิน 400,000 ล้านบาท ที่รัฐบาลมีอยู่แล้ว
    13,000 ล้านบาท สำหรับเงินเลื่อนเงินเดือนและปรับวุฒิข้าราชการ ซึ่งนายวีระยอมรับว่าเป็นงบที่มีระบบรองรับและตัดได้ยาก แต่เสนอให้พิจารณาในมุมของการร่วมรับภาระในช่วงเศรษฐกิจมีปัญหา
    .
    นายวีระอธิบายว่า งบ 12,000 ล้านบาทเกิดจากสำนักงบประมาณเสนอไว้ โดยต้องการให้หน่วยงานราชการนำเงินนอกงบประมาณของตัวเองมาสมทบ ซึ่งแนวคิดการใช้เงินนอกงบประมาณถือว่าเป็นเรื่องดี แต่ปัญหาอยู่ที่ โครงการที่จะนำเงินไปใช้ เพราะมีเป้าหมายใกล้เคียงกับวงเงิน 400,000 ล้านบาทตาม พ.ร.ก.เงินกู้ จึงเห็นว่าควรตัดรายการดังกล่าวออกทั้งก้อน
    .
    จุดที่น่าสนใจที่สุด คือ “ฟรีซเงินเดือนข้าราชการ” นายวีระเสนอว่า หากเศรษฐกิจยังเผชิญความผันผวน รัฐบาลควรพิจารณา หยุดการขึ้นเงินเดือนข้าราชการเป็นเวลา 1-2 ปี โดยให้เหตุผลว่า ในอดีตช่วงวิกฤตเศรษฐกิจปี 2527 และปี 2540 ข้าราชการและหน่วยงานรัฐไม่ได้รับผลกระทบมากเท่าประชาชน ครั้งนี้จึงควรใช้หลัก “ร่วมทุกข์ร่วมสุขกับประชาชน” และเก็บงบประมาณที่มีอยู่อย่างจำกัดไว้ใช้กับภารกิจที่จำเป็นกว่า
    ..
    อีกประเด็นที่ควรใส่เพิ่ม: “Zero Growth Budget”
    ก่อนหน้านี้ในการอภิปรายมาตรา 4 นายวีระยังเสนอแนวคิด งบประมาณแบบ Zero Growth หรือการไม่เพิ่มวงเงินงบประมาณจากปีก่อน โดยเสนอให้ลดงบประมาณลงประมาณ 7,400 ล้านบาท เพื่อให้ใกล้เคียงกับวงเงินปี 2569
    .
    เขาให้เหตุผลว่า รายได้รัฐไม่ได้เพิ่มขึ้นตามรายจ่าย ขณะที่ไทยต้องจัดทำงบประมาณขาดดุลต่อเนื่องและใช้การกู้เงินชดเชย จึงมองว่าไทยกำลังเข้าสู่ “กับดักทางการคลัง” หากไม่เปลี่ยนทิศทางในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า
    .
    ขณะเดียวกัน การอภิปรายงบฯ 70 ไม่ได้มีเพียงฝ่ายค้านที่เสนอให้ ลดงบ โดยนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ระบุถึงการปรับลดงบประมาณจากชั้นกรรมาธิการประมาณ 11,162 ล้านบาท ว่าเป็นการปรับให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ความพร้อมในการดำเนินโครงการ และความคุ้มค่าของการใช้จ่าย
    .
    การประชุมตลอด 3 วันจึงถูกจับตาว่า จะสามารถปรับลดหรือเปลี่ยนแปลงรายการสำคัญได้มากน้อยเพียงใด ก่อนเข้าสู่การลงมติวาระ 3 และชี้ชะตาว่า ร่างงบประมาณปี 2570 จะผ่านสภาในรูปแบบใด ท่ามกลางข้อถกเถียงเรื่อง “งบกลาง-เงินกู้” ที่กลายเป็นหนึ่งในจุดปะทะสำคัญระหว่างรัฐบาลกับฝ่ายค้านในครั้งนี้
    .
    .
    #Thaitribune

    https://www.facebook.com/share/p/1ErumwNQFD/
     
  16. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,643
    ค่าพลัง:
    +97,153
    BREAKING!! USDJPY ร่วงแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ 23 ก.พ.
    FB_IMG_1788776710230.jpg
    เงินเยนแข็งค่าขึ้น 6.30% เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐในช่วง 40 วันที่ผ่านมา

    ตลาดคาดว่า BOJ น่าจะขึ้นดอกเบี้ยในเดือนนี้ค่อนข้างแน่นอนแล้ว นักลงทุนจึงเข้าซื้อเงินเยนล่วงหน้าเพื่อรับมือกับการขึ้นดอกเบี้ยดังกล่าว
    https://www.facebook.com/share/p/1GzUAuWS2P/
     
  17. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,643
    ค่าพลัง:
    +97,153
    จีนประกาศอัดฉีดเงิน 45,000 ล้านดอลลาร์เข้าสู่ธนาคารและบริษัทประกันรายใหญ่ที่สุดของประเทศ

    นี่ถือเป็นการเพิ่มทุนให้ภาคธนาคารครั้งใหญ่ที่สุดของจีนในรอบเกือบ 20 ปี

    นับตั้งแต่ต้นปี 2025 จีนได้อัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบการเงินแล้วรวม 70,000 ล้านดอลลาร์

    https://www.facebook.com/share/p/1HJ5jhEWdL/
     
  18. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,643
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ตลกร้ายระดับนานาชาติกับพิษ “เงินทอน” เมื่อ รมต. กลาโหมเจออินเดียตุ๋นจนเปื่อย

    ทาลลินน์ — เมื่อคืนวันที่ 2 กันยายน 2026 วงการการเมืองยุโรปต้องสั่นสะเทือนเมื่อ ฮันโน เปฟคูร์ (Hanno Pevkur) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเอสโตเนีย ประกาศลาออกจากตำแหน่งกลางรายการถ่ายทอดสดของสถานีโทรทัศน์ ERR หลังเผชิญแรงกดดันมหาศาลจากกรณี "คอร์รัปชันและคดีฉ้อโกงจัดซื้อกระสุนปืนใหญ่" มูลค่า 70 ล้านยูโร (เงินทุนจาก #EuropeanPeaceFacility หรือ EPF ของ #สหภาพยุโรป) กับบริษัทนอมินีอินเดีย ซึ่งกลายเป็นตลกร้ายระดับนานาชาติที่ประจานจุดอ่อนเชิงโครงสร้างการจัดหาอาวุธของยุโรปอย่างเปลือยเปล่า

    1. จุดเริ่มต้นฉาว: จากผลสอบบัญชีสู่ "บริษัททิพย์" ในอิตาลี

    เรื่องราวแดงขึ้นจากรายงานการตรวจสอบทรัพย์สินรัฐบาลเมื่อปลายเดือนสิงหาคม 2026 ที่พบความผิดปกติในคลังกลาโหมมูลค่ากว่า 1.2 พันล้านยูโร นำไปสู่การสืบสวนหาเงินทอนและการทำลายเอกสารจัดซื้อจัดจ้าง

    กลไกการหลอกลวงครั้งนี้เริ่มต้นขึ้นอย่างแยบยล:

    -บริษัทฉากหน้า (Datasel S.R.L.): บริษัทในอิตาลีที่เดิมขายซอฟต์แวร์ด้วยรายได้เพียง 120,000 ยูโรต่อปี มีพนักงานไม่ถึง 10 คน อยู่ในมุมโกดังสินค้า ได้แจ้งเปลี่ยนประเภทธุรกิจเป็น "ผู้ค้าอาวุธและกระสุนปืนใหญ่" ในเดือนมกราคม 2024

    -การเข้าซื้อกิจการโดยตระกูลดังอินเดีย: ในเดือนมีนาคม 2024 บริษัท Neco Defence Munitions ของตระกูล Jaiswal จากอินเดีย ได้เข้าซื้อกิจการ Datasel เพื่อใช้เป็นฉากหน้าในการเข้าทำสัญญาขายกระสุนปืนใหญ่ขนาด 155 มม. (มาตรฐาน NATO) กับศูนย์ส่งกำลังบำรุงกลาโหมเอสโตเนีย (RKIK)

    -ไร้ศักยภาพการผลิตจริง: ในความเป็นจริง ตระกูล Jaiswal ทำธุรกิจเพียงเสื้อกันกระสุนและอุปกรณ์รักษาความปลอดภัย ไม่มีโรงงานหรือศักยภาพในการผลิตกระสุนปืนใหญ่ขนาด 155 มม. แม้แต่น้อย ทว่ากระทรวงกลาโหมเอสโตเนียกลับข้ามขั้นตอนการตรวจสอบคุณสมบัติ (Background Check) และไม่เคยเรียกดูตัวอย่างสินค้าเลย

    2. ผลประโยชน์ทับซ้อนและ ”เงินทอน” 11 ล้านยูโร

    เหตุใดกระทรวงกลาโหมเอสโตเนียจึงยอมหลับตาข้างเดียวให้สัญญาสุดโต่งนี้ผ่านไปได้?

    -สัญลักษณ์ "สนับสนุนยูเครน": เปฟคูร์ อ้างอิงการเซ็นสัญญาโดยไม่ดูรายละเอียดว่า ทำไปภายใต้จุดยืน "สนับสนุนยูเครนเป็นสำคัญ" เพื่อเร่งส่งมอบกระสุนไปสนามรบให้เร็วที่สุด

    -เงินทอนและผลประโยชน์ทับซ้อน: ในสัญญาโอนเงิน 70 ล้านยูโร มีการออกใบแจ้งหนี้จริงเพียง 58-59 ล้านยูโร โดยส่วนต่างประมาณ 11 ล้านยูโร ถูกระบุว่าเป็น "ค่าคอมมิชชัน/เงินทอน" ให้แก่เจ้าหน้าที่กลาโหมเอสโตเนีย

    -การติดกับดักทางการค้า: อินเดียใช้เหยื่อล่อทางการค้า เช่น การเสนอซื้อยานยนต์ไร้คนขับ (UGV) จากเอสโตเนีย และการสัญญาว่าจะเพิ่มการนำเข้าสินค้าเกษตรจากเอสโตเนียถึง 10 เท่า เพื่อดึงให้รัฐบาลเอสโตเนียเกรงใจและยอมอนุมัติการสั่งซื้อกระสุนผ่านบริษัทนอมินี

    3. การเผยโฉม "กระสุนครึ่งท่อน" และฉากจบที่เป็นละครลิง

    เมื่อถึงกำหนดส่งมอบกระสุน ทางอินเดียกลับบ่ายเบี่ยงและยื้อเวลา จนกระทั่งต้นปี 2025 เมื่อสินค้าล็อตแรกส่งมาถึงท่าเรือในยุโรป เจ้าหน้าที่เอสโตเนียเปิดตู้คอนเทนเนอร์กลับต้องตะลึงเมื่อพบว่า "กระสุนปืนใหญ่ทั้งหมดเป็นเพียงสินค้าครึ่งท่อน" (ขาดชนวนระเบิด ขาดดินดัน และชนวนท้าย) ไม่สามารถนำไปใช้งานในสนามรบได้จริง เพราะกลุ่มต้มตุ๋นอินเดียเพียงไปกว้านซื้อเศษกระสุนเก่าจากที่อื่นมาส่งมอบกลบเกลื่อน

    หลังจากโอนเงินไปแล้วเกือบเต็มจำนวน 70 ล้านยูโร และพยายามไกล่เกลี่ยแบบเงียบๆ เพราะกลัวกระทบฐานเสียงของพรรครัฐบาล (Reform Party) ในที่สุดคดีก็แตกออก นำไปสู่การยกเลิกสัญญา การฟ้องร้องต่อศาลยุโรปในสแตรสเบิร์ก (Strasbourg) และการสืบสวนคดีอาญาภายในประเทศ

    คดีต้มตุ๋นข้ามชาตินี้ไม่ได้สะท้อนเพียงความเลินเล่อหรือการคอร์รัปชันของนักการเมืองเอสโตเนียเท่านั้น แต่ยังประจาน "วิกฤตความสามารถในการผลิตอาวุธของชาติตะวันตก" ที่ยุโรปและสหรัฐฯ ไม่สามารถผลิตกระสุนปืนใหญ่ขนาด 155 มม. ได้เพียงพอตามความต้องการ จนต้องบีบให้ประเทศขนาดเล็กต้องออกไปกว้านซื้อในตลาดมืดและยอมตกเป็นเหยื่อของกลุ่มต้มตุ๋นข้ามชาติ

    ในขณะที่ฝ่ายอินเดียยังคงสวมบท "เหยื่อ" โดยอ้างว่าเอสโตเนียเป็นฝ่ายฉีกสัญญาเอง และสัญญา #ไม่ได้ระบุว่ากระสุนต้องมีชนวนระเบิดติดมาด้วย ละครลิงทางการเมืองและการไล่เบี้ยเงินคืนสามฝ่าย (เอสโตเนีย-EU-อินเดีย) ครั้งนี้ จึงกลายเป็นบทเรียนราคาแพงที่สุดครั้งหนึ่งของชาติตะวันตกในสงครามตัวแทนยุคปัจจุบัน

    #ChinaFocus #แก๊งต้มตุ๋นข้ามชาติ #อินเดีย #ยูเครน

    ภาพ: ฮันโน เปฟคูร์ (Hanno Pevkur) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเอสโตเนีย

    Ref.: The Politico/Indian Express

    https://m.facebook.com/story.php?st...ruToSEE9Dl&id=100075826461941&mibextid=NOb6eG
     
  19. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,643
    ค่าพลัง:
    +97,153
    สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ผ่านร่างกฎหมายลงโทษมหาวิทยาลัยที่คว่ำบาตรอิสราเอล: สมรภูมิการเมืองในสถาบันศึกษาและข้อถกเถียงเรื่องเสรีภาพในการแสดงออก

    สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ลงมติผ่านร่างกฎหมาย Protect Economic and Academic Freedom Act of 2026 (ร่างกฎหมาย H.R. 4795) ด้วยคะแนนเสียง 237 ต่อ 169 เสียง เพื่อแก้ไขกฎหมายการอุดมศึกษาปี 1965 (Higher Education Act of 1965) โดยมีสาระสำคัญคือการตัดเงินอุดหนุนและทุนการศึกษาจากรัฐบาลกลางสำหรับสถาบันการศึกษาหรือมหาวิทยาลัยที่มีนโยบาย "คว่ำบาตรเชิงพาณิชย์" ต่อประเทศอิสราเอล หรือขัดขวางไม่ให้นักศึกษาและคณาจารย์เข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยนทางวิชาการกับอิสราเอล

    1. สาระสำคัญและที่มาของร่างกฎหมาย

    -ผู้เสนอและมติสภา: ร่างกฎหมายนี้เสนอโดย ส.ส. วินจิเนีย ฟอกซ์ (Virginia Foxx) จากพรรครีพับลิกัน และ ส.ส. จอช ก็อตไฮเมอร์ (Josh Gottheimer) จากพรรคเดโมแครต มติที่ผ่านได้รับการสนับสนุนจากเสียงส่วนใหญ่ของพรรครีพับลิกัน ร่วมกับ ส.ส. พรรคเดโมแครตอีก 33 คนที่ลงคะแนนสวนมติพรรค

    -ข้อบังคับสำหรับสถาบันการศึกษา: มหาวิทยาลัยที่ต้องการรับเงินทุนสนับสนุนนักศึกษาจากรัฐบาลกลาง จะต้องรับรองว่าไม่มีนโยบายคว่ำบาตรอิสราเอล หรือตัดความสัมพันธ์ทางการค้ากับสถาบันในอิสราเอล (รวมถึงพื้นที่ในเขตเวสต์แบงก์) โดยไม่มีเหตุผลทางธุรกิจที่สมเหตุสมผล พร้อมทั้งต้องเปิดโอกาสให้นักศึกษาและอาจารย์ชาวอิสราเอลเข้าร่วมกิจกรรมทางวิชาการได้อย่างเท่าเทียม

    -เป้าหมายสยบการเคลื่อนไหว BDS: แม้ในตัวร่างกฎหมายจะไม่ได้ระบุชื่อขบวนการ BDS (Boycott, Divestment, and Sanctions) โดยตรง แต่ผู้เสนอร่างกฎหมายระบุชัดเจนว่าต้องการยับยั้งกระแสการคว่ำบาตรอิสราเอลที่ขยายตัวในสถาบันการศึกษา หลังเกิดการประท้วงระลอกใหญ่สืบเนื่องจากสงครามในกาซา

    2. ข้อถกเถียงและมุมมองเชิงยุทธศาสตร์การเมือง

    ฝ่ายสนับสนุน (มุ่งสกัดกั้นการเกลียดชังชาวยิวและปกป้องพันธมิตร):

    กลุ่มผู้สนับสนุนและสมาคมปกป้องผลประโยชน์อิสราเอล (เช่น AIPAC และ ADL) มองว่ากระแสการคว่ำบาตรทางวิชาการและการประท้วงในสถาบันศึกษาข้ามเส้นไปสู่การสร้างบรรยากาศบีบคั้นและคุกคามนักศึกษาชาวยิว การตัดเงินสนับสนุนถือเป็นมาตรการเชิงบังคับที่สร้างผลกระทบจริง เพื่อหยุดยั้งไม่ให้เงินภาษีของประชาชนอเมริกันถูกนำไปสนับสนุนการต่อต้านอิสราเอล

    ฝ่ายคัดค้าน (หวั่นละเมิดสิทธิสัญญาสบทบทแก้ไขที่ 1 - First Amendment):

    ส.ส. ปีกก้าวหน้าและองค์กรสิทธิมนุษยชน (รวมถึงกลุ่ม J Street และ CAIR) โต้แย้งว่าร่างกฎหมายนี้แทบไม่มีความจำเป็นเชิงปฏิบัติการ เนื่องจากยังไม่มีฝ่ายบริหารมหาวิทยาลัยแห่งใดในอเมริกาออกนโยบายตอบรับการคว่ำบาตร BDS อย่างเป็นทางการ ทว่าการออกกฎหมายลักษณะนี้เป็นการสุ่มเสี่ยงต่อการละเมิดเสรีภาพในการแสดงออกและการแสดงจุดยืนทางการเมืองของนักศึกษา ซึ่งได้รับการคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ

    ร่างกฎหมายฉบับนี้สะท้อนให้เห็นว่า "ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง" ได้ข้ามฝั่งกลายมาเป็น "สงครามวัฒนธรรมและการเมืองภายใน" ของสหรัฐฯ ที่ลุกลามเข้าไปในระบบการศึกษาระดับอุดมศึกษาอย่างเต็มตัว อย่างไรก็ดี ร่างกฎหมายนี้ยังต้องผ่านการพิจารณาและลงมติจาก วุฒิสภา (Senate) และรอการลงนามจากประธานาธิบดีก่อน จึงจะมีผลบังคับใช้เป็นกฎหมายอย่างสมบูรณ์

    #ChinaFocus

    Ref.: Reuters/Al Jazeera/The Hill

    https://www.facebook.com/share/p/1gmM9KnWEH/
     
  20. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,643
    ค่าพลัง:
    +97,153
    รีวิว อาหารและการใช้ชีวิต 1 วันใน "กัมพูชา" ของ "Malikah"
    นักท่องเที่ยวชาวอเมริกา จากรีวิว 1 ดาว

    [✅] ของกินไม่สะอาด น้ำดื่มไม่ปลอดภัย
    [✅] เงิน US ปลอม จำนวนมาก
    .

    โดยเธอได้อ้างถึง 3 อย่างที่ห้ามทำหากเข้ามากัมพูชา

    [✅] 1. ห้ามดื่มน้ำหากไม่มีฉลากติด หรือไม่มีซีลที่ชัดเจน
    เพราะอาจเป็นน้ำที่ไม่ปลอดภัย
    [✅] 2. หากมาสถานที่ท่องเที่ยว ห้ามถ่ายรูป พวกเขาจะบอกว่าถ่ายแค่ 1$ แต่ผ่านไป 20 นาที พวกเขาจะเอารูปมาให้หลายร้อยรูป และพยายามกดดันให้คุณซื้อทั้งหมด ซึ่งอาจมีราคาหลายร้อย US
    [✅] 3. หากมาที่นี่ สามารถจ่ายด้วยบัตรหรือสกุลเงินท้องถิ่นสำหรับสิ่งของส่วนใหญ่ได้ แต่ควรระมัดระวังเรื่องเงิน US เพราะมีเงินดอลลาร์สหรัฐปลอมอยู่เป็นจำนวนมาก

    ✅เพจหลัก https://www.facebook.com/beemnews
    ✅สำรอง https://www.facebook.com/beemnews.sub
    ✅ยูทูปเผื่อเฟสหายไป https://www.youtube.com/@beemnew

    #beemnews
    #Scambodia
    #ไทยไม่ใช่ผู้รุกราน

    https://www.facebook.com/share/r/19PnMXTHfA/
     

แชร์หน้านี้

Loading...