เรื่องเด่น เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันพุธที่ ๒๐ พฤษภาคม ๒๕๖๙

ในห้อง 'หลวงพ่อเล็ก วัดท่าขนุน' ตั้งกระทู้โดย iamfu, 20 พฤษภาคม 2026 at 19:38.

สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้
  1. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,377
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,121
    ค่าพลัง:
    +26,921
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันพุธที่ ๒๐ พฤษภาคม ๒๕๖๙


     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  2. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,377
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,121
    ค่าพลัง:
    +26,921
    วันนี้ตรงกับวันพุธที่ ๒๐ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙ ฝนฟ้าตกทั้งคืน ใครรู้สึกว่าสุขภาพไม่ดีก็กินยากันไว้ก่อน เพราะว่าถ้าเจ็บไข้ได้ป่วยขึ้นมา ก็อาจจะเอาไปฝากเพื่อนฝูงกันได้ จะว่าไปแล้วในการอยู่ร่วมกัน แต่ละท่านต้องมีจิตสำนึกที่จะต้องระมัดระวัง ไม่ให้ตนเองทำให้ส่วนรวมต้องเดือดร้อน..!

    สำหรับวันนี้ กระผม/อาตมภาพความจริงมีนัดกับศาสตราจารย์พิเศษ ร้อยโท ดร.บรรจบ บรรณรุจิ (ราชบัณฑิต) ซึ่งท่านเคยเป็นอาจารย์สอนตอนช่วงปริญญาโทและปริญญาเอก แต่ด้วยความที่ว่าวันนี้มีงานในการถวายตราตั้งแก่รองเจ้าคณะอำเภอทั้งสองอำเภอ ก็คือหลวงพ่อพระครูสุจินบุญกาญจน์ รองเจ้าคณะอำเภอรูปใหม่ของอำเภอทองผาภูมิ และพระมหาชูศักดิ์ กิจฺจกาโร ป.ธ.๘ รองเจ้าคณะอำเภอรูปใหม่ของอำเภอไทรโยค จึงได้รอท่านอาจารย์แค่ ๑๐ โมงครึ่งแล้วก็เดินทางลงไปวัดใต้ หรือว่าวัดไชยชุมพลชนะสงคราม (พระอารามหลวง) ซึ่งมีผู้คนมารออยู่ที่วัดใต้หลายราย

    รายแรกคือพันตำรวจเอกกรณ์ สมคะเณย์ ผู้กำกับการกองตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดกาญจนบุรี นำคณะมาแจ้งว่าทางกองบัญชาการกองตรวจคนเข้าเมือง ได้สร้างพระพุทธรูปสำหรับกองบัญชาการ คราวนี้โรงหล่อพระพุทธรูปอยู่ที่จังหวัดกาญจนบุรี ท่านผู้บัญชาการจึงกำชับว่า "เมื่อพระพุทธรูปเสร็จ ให้นำไปขอให้หลวงพ่อเล็ก วัดท่าขนุน อธิษฐานจิตให้ก่อน"

    กระผม/อาตมภาพเห็นว่าเป็นพระพุทธรูปถึงได้รับอธิษฐานจิตให้ เนื่องเพราะว่าการเสกพระพุทธรูปนั้น เราไม่จำเป็นต้องจัดเครื่องบวงสรวงชุดใหญ่ครบชุด สาเหตุก็คือองค์พระพุทธรูปก็คือพระพุทธรูปอยู่แล้ว ปกติสร้างขึ้นมาก็จะมีเทวดารักษา แต่อยู่ในลักษณะที่ว่าใครใกล้ที่นั้นหรือว่าเป็นเจ้าของสถานที่นั้นก็ดูแลกันไป

    แต่ถ้าผ่านพิธีพุทธาภิเษก หรือพิธีปลุกเสกแล้ว ไม่ทราบว่าสายอื่นเป็นอย่างไร แต่ถ้าตามสายหลวงพ่อฤๅษีฯ วัดท่าซุง ก็จะมีการเจาะจง โดยที่พระอินทร์ หรือว่าท้าวจตุมหาราช มอบหมายให้เทวดาท่านใดท่านหนึ่งดูแลรักษาเป็นการเฉพาะ พูดง่าย ๆ ก็คือทั่วไปไม่ว่าจะเป็นผู้ใด ถ้าหากว่าให้ความใส่ใจดูแลก็ถือว่าดีไป ถ้าสักแต่ว่าเฝ้ารักษาอยู่อย่างเดียว ก็อาจจะไม่ก่อให้เกิดอานุภาพใด ๆ แต่ถ้าเป็นการจับตัววางตายลักษณะนี้ ก็คือบังคับว่าต้องทำหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุด..!
     
  3. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,377
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,121
    ค่าพลัง:
    +26,921
    ส่วนรายต่อไปนั้นเป็นเจ้าหน้าที่ของสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดกาญจนบุรี เอาเอกสารมาให้เซ็น เพื่อที่จะได้โอนงบประมาณของ "โครงการลานธรรม ลานวิถีไทย" ให้กับวัดท่าขนุน ซึ่งฟังดูโปรดอย่าคิดว่าเงินมาก ส่วนใหญ่แล้วพอโอนมาให้ก็อยู่ในระดับห้าพันบ้าง หนึ่งหมื่นบ้าง แต่ทางเราต้องส่งรายงานทั้งปีงบประมาณ..!

    พูดง่าย ๆ ว่าไม่มีจะดีกว่า เพราะไม่ต้องทำงานเพิ่ม แต่ด้วยความที่ว่าถ้าเขาให้ทางวัดท่าขนุน อย่างไรก็ต้องได้งานแน่นอนอยู่แล้ว จึงกลายเป็นว่าโดยประมาณ ๑๐ วัดที่รับงบประมาณของทางสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด ก็มักจะมีวัดท่าขนุนอยู่ด้วยเสมอ

    แล้วกระผม/อาตมภาพก็นำกระเช้าและไทยธรรมไปมุทิตาท่านพระครูสุจินบุญกาญจน์ เจ้าอาวาสวัดท่ามะเดื่อ อดีตเจ้าคณะตำบลห้วยเขย่ง เพราะว่าตอนนี้ท่านเป็นรองเจ้าคณะอำเภอทองผาภูมิไปแล้ว ความจริงท่านเป็นเจ้าคณะตำบลที่อาวุโสสูงสุดของอำเภอทองผาภูมิ เพราะว่ารับตำแหน่งมาราว ๓๐ ปีแล้ว..! แต่ว่าโดนเจ้าคณะอำเภอรูปปัจจุบันบ้าง โดนกระผม/อาตมภาพบ้าง ปาดหน้าแซงไปหลายวาระ เนื่องเพราะว่าผู้บังคับบัญชาส่วนใหญ่ต้องการบุคคลที่ "ให้ใจ" กับงานคณะสงฆ์ แล้วท่านเองส่วนใหญ่จะสนใจรับผิดชอบเฉพาะญาติโยมรอบบริเวณวัดมากกว่า

    จนกระผม/อาตมภาพและหลวงพ่อพระครูวรกาญจนโชติ, ดร. เจ้าคณะอำเภอทองผาภูมิ ต้องไปช่วยกันเกลี้ยกล่อมท่านว่า ด้วยความที่ท่านมีอาวุโสมาก ถ้าขึ้นมารับตำแหน่งรองเจ้าคณะอำเภอ ก็จะถือว่าเป็นการกลับเข้าไปสู่หลักการเดิม ๆ ของพระสงฆ์เรา ก็คือผู้ที่อาวุโสมากกว่าก็รับตำแหน่งไปก่อน ท่านจึงมีเวลาในการออกงานคณะสงฆ์ ทำผลงานอยู่ประมาณปีเศษ แล้วก็ได้รับการแต่งตั้งในครั้งนี้

    ส่วนของอำเภอไทรโยคนั้น ท่านพระมหาชูศักดิ์ กิจฺจกาโร ป.ธ. ๘ เป็นเพื่อนร่วมรุ่นพระอุปัชฌาย์ของกระผม/อาตมภาพเอง ด้วยความที่ว่าก่อนหน้านั้น ท่านพระครูกาญจนกิจธำรง อดีตรองเจ้าคณะอำเภอไทรโยค ท่านถ่างขาคาตำแหน่งอยู่ ท่านพระมหาชูศักดิ์ซึ่งคุณสมบัติท่วมหัว เพราะว่าเป็นถึงเปรียญธรรม ๘ ประโยค ก็เลยโดนอีกฝ่ายปาดหน้าแซงไป

    เพียงแต่ว่าเมื่อสิ้นท่านพระครูกาญจนกิจธำรงแล้ว ผู้บังคับบัญชาก็ย่อมต้องตั้งพระมหาชูศักดิ์ขึ้นมา แต่ว่าในงานรับตราตั้งพัดยศครั้งนี้ ท่านพระมหาชูศักดิ์ไม่มีพัดยศประจำตำแหน่ง เพราะว่าเป็นเปรียญธรรม ๘ ประโยค พัดยศประโยค ๘ ขี่กระทั่งตำแหน่งรองเจ้าคณะจังหวัด..! ก็เลยกลายเป็นว่ามารับแต่ตราตั้งเท่านั้น
     
  4. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,377
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,121
    ค่าพลัง:
    +26,921
    เมื่อพระเดชพระคุณพระราชวชิรโมลี (สมชาย พุทฺธญาโณ ป.ธ. ๗) รักษาการเจ้าคณะภาค ๑๔ มาถึง กระผม/อาตมภาพก็เข้าไปกราบเรียนท่านว่า เรื่องที่วัดท่าขนุนรับเป็นเจ้าภาพอบรมพระวิปัสสนาจารย์ในเขตปกครองคณะสงฆ์ภาค ๑๔ นั้น ทางกองงานเลขานุการคณะสงฆ์อำเภอทองผาภูมิ ได้จัดสถานที่เรียบร้อยแล้ว

    ท่านจึงกล่าวว่า "ถ้าอย่างนั้นผมไม่ต้องไปดูแล้วใช่ไหม ?" จึงกราบเรียนท่านว่า "หลวงพ่อไปตอนเปิดได้เลยครับ" พระเดชพระคุณพระเทพปริยัติโสภณ, ดร. (ปัญญา วิสุทฺธิปญฺโญ ป.ธ. ๙) เจ้าคณะจังหวัดกาญจนบุรีก็ได้ที "ไซโค" ลูกน้องว่า "วัดท่าขนุนเขามีทีมงานเข้มแข็งอยู่แล้ว เจ้าคณะอำเภอก็รับผิดชอบหน้าที่การงานดี หลวงพ่อภาคฯ ไม่ต้องห่วงหรอกครับ" ก็เลยไม่ทราบเหมือนกันว่า จะโดน "โบ้ย" งานให้เป็นของวัดท่าขนุนล้วน ๆ หรือเปล่า ?!

    พวกเราจึงต้องเตรียมตัวอีกประการหนึ่ง ก็คืออาจจะต้องมีคนมาเสียบแทนพระวิปัสสนาจารย์จากที่อื่น เพราะว่าการเดินทางมาวัดท่าขนุนนั้น ไกลมากสำหรับจังหวัดอื่น ๆ แม้ว่าท่านได้รับการแต่งตั้ง แต่อาจจะมาแค่วันแรก ๆ ดังนั้น..นอกจากเรื่องของสถานที่ ข้าวปลาอาหาร ที่พัก ห้องน้ำห้องสุขาแล้ว เรายังต้องเตรียมบุคลากรรอเอาไว้แบกรับหน้าที่แทนท่านที่ไม่มาด้วย ถ้าหากว่าท่านมีความรับผิดชอบสูง เมื่อได้รับแต่งตั้งแล้ว ทำหน้าที่ของตนเอง ก็ถือว่าพวกเราโชคดีไป แต่ถ้าหากว่าท่านไม่ได้ทำหน้าที่ของตนเอง พวกเราก็เข้าทดแทน ทำหน้าที่หาประสบการณ์เพิ่มเติมไปด้วย

    โดยเฉพาะบุคคลที่เข้าร่วมปฏิบัติธรรมในครั้งนี้มี ๒ ท่านที่อาวุโสพรรษามากกว่ากระผม/อาตมภาพ ก็คือหลวงพ่อพระครูสุนทรกาญจนาคม วัดห้วยตะเคียน และหลวงพ่อพระครูกาญจนธีรวงศ์ วัดใหม่เจริญผล ก็แปลว่าถ้าเป็นพระวิปัสสนาจารย์ เราก็ต้องทำตัวลีบ ๆ หน่อย เพราะว่า
    พระเราต้องเคารพกันตามอาวุโสพรรษา

    เพียงแต่ว่าตอนทำหน้าที่ เราก็ทำหน้าที่ของเราอย่างเต็มที่
    ทุกครั้งท่านที่เคยร่วมปฏิบัติธรรมในลักษณะนี้ก็จะเห็นว่า เมื่อเสร็จโครงการก็จะมีการขอขมากัน ก็คือตอนที่เราทำหน้าที่ เราใหญ่ที่สุด แต่ว่าหลังจากทำหน้าที่แล้วก็เคารพกันตามพระธรรมวินัย พวกเราก็จะได้มีโอกาสในการหาประสบการณ์ว่า เวลาจัดงานใหญ่ ๆ ระดับภาค เราจะต้องทำอย่างไรบ้าง ?

    แต่คาดว่างานนี้คงมีการบ่นกันจนหูชาแน่นอน เนื่องเพราะว่าวัดท่าขนุนนอกจากไม่มีห้องปรับอากาศให้แล้ว ยังนอนที่พักรวมอีกต่างหาก พูดง่าย ๆ ก็คือ ถ้ารักจะเป็นผู้ปฏิบัติธรรมก็ต้องทนความลำบากได้ ต้องใช้สภาพความเป็นอยู่ในการขัดเกลาตนเองไปในตัวด้วย ไม่ใช่เอาแต่สบาย แล้วโอกาสที่กิเลสจะเจริญงอกงามก็มีมากกว่าปกติ ถ้าลักษณะอย่างนั้น จัดโครงการปฏิบัติธรรมไปก็เสียเวลา เปลืองงบประมาณเปล่า ๆ..!

    สำหรับวันนี้ก็ขอเรียนถวายพระภิกษุสามเณรของเรา และบอกกล่าวแก่ญาติโยมแต่เพียงเท่านี้

    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, รศ.ดร.
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
    วันพุธที่ ๒๐ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙
    (ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
     
สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้

แชร์หน้านี้

Loading...